สำหรับพ่อแม่ลูก 2–9 ขวบ ที่เย็นนี้ก็รู้อยู่แล้วว่าจะเจออะไร

“ขออีก 5 นาที”
แล้ว 5 นาทีนั้น ก็ไม่เคยจบที่ 5 นาที

พอปิดจริง ลูกร้องยาวตั้งแต่ 6 โมงเย็นไปจน 2 ทุ่ม
ยึดก็แล้ว ดุก็แล้ว หลอกล่อก็แล้ว — เผลอไปวันเดียว ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม

ไม่ใช่เพราะคุณไม่พยายามพอครับ
แต่เพราะไม่มีใครเคยบอกว่า “นาทีแรกหลังปิดจอ” ต้องทำอะไร

ปก HOW TO เอาลูกคืนจากหน้าจอ
ดูว่าในเล่มมีอะไรบ้าง เปิดดูสารบัญจริงทั้ง 71 หน้า ก่อนตัดสินใจ
PDF 71 หน้ามีแบบฝึกให้เขียนได้จริงอ่านบนมือถือได้

ตอนนั้นผมแค่อยากได้เวลาเงียบ ๆ สักสิบนาที

ผมเลยยื่นมือถือให้ลูกเอง — แล้วสิบนาทีนั้นก็ค่อย ๆ กลายเป็นทุกเย็น

ถ้าคุณเคยทำแบบเดียวกัน ผมไม่ได้จะมาตัดสินใครครับ เพราะผมก็เคย

และถ้าคุณเคยลองยึดจอไปเลย แล้วสามวันต่อมาทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม — ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณไม่หนักแน่นพอ

มันอยู่ที่ว่า หน้าจอกำลังทำหน้าที่บางอย่างให้ลูกอยู่ — แก้เบื่อ ช่วยรอ ช่วยตอนที่ต้องเลิกอย่างหนึ่งไปทำอีกอย่าง หรือช่วยตอนที่พ่อแม่ยุ่งจนไม่มีใครพาไปทำอย่างอื่น เมื่อดึงจอออกโดยยังไม่มีอะไรมาทำหน้าที่นั้นแทน ลูกก็จะกลับมาขอหนักกว่าเดิม

เล่มนี้จึงไม่ได้เริ่มจากการห้าม แต่เริ่มจาก ให้คุณเห็นก่อนว่าจอเข้ามาอยู่ตรงไหนของวันบ้าง แล้วค่อย ๆ ใส่กิจวัตรใหม่เข้าไปแทนทีละจุด

สิ่งที่คุณจะได้เข้าใจในเล่มนี้

เรียงจากเข้าใจสาเหตุ → ประเมินบ้านตัวเอง → ลงมือเปลี่ยน

1

เหตุผลที่ “ยึดไปเลย” มักได้ผลแค่ไม่กี่วัน

การหักดิบดูเป็นวิธีที่เด็ดขาดที่สุด และหลายบ้านก็เริ่มจากตรงนี้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นมักเป็นตัวตัดสินว่าแผนจะไปต่อได้ไหม — และมีองค์ประกอบเพียงไม่กี่อย่างที่ขาดหายไป ซึ่งทำให้แผนที่ดูดีบนกระดาษใช้จริงในบ้านไม่ได้

2

ตัวกระตุ้น 6 อย่างที่ทำให้ลูกขอจอ — และพ่อแม่มักเห็นแค่ปลายเหตุ

ก่อนที่ลูกจะพูดว่า “ขอดูได้ไหม” มักมีบางอย่างเกิดขึ้นก่อนเสมอ

ในเล่มมีหน้า Trigger Map ที่แยกตัวกระตุ้นออกเป็น 6 แบบ พร้อมบอกว่าแต่ละแบบควรรับมือไม่เหมือนกันยังไง — เพราะกิจกรรมสำหรับลูกที่กำลังเบื่อ ไม่เหมือนกิจกรรมสำหรับลูกที่กำลังเหนื่อย

3

ช่วงเวลาที่ยากที่สุดของวัน ซึ่งเกือบทุกบ้านตรงกัน

เด็กไม่ได้ขอจอเท่ากันตลอดวัน บางคนขอทันทีหลังตื่น บางคนต้องมีจอตอนกินข้าว บางคนต่อรองหนักหลังเลิกเรียน

เล่มนี้จะช่วยให้คุณเห็นว่าควรเริ่มแก้จากช่วงไหนก่อน — และทำไมการเริ่มจากช่วงที่ดูร้ายแรงที่สุด มักไม่ใช่จุดเริ่มที่ดีที่สุด

4

ปิดจอได้ ไม่ได้แปลว่าเรื่องจบ — เรื่องมันเริ่มตรงนาทีถัดไป

สำหรับผู้ใหญ่ การปิดเครื่องแล้วลุกไปทำอย่างอื่นเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับเด็ก การเปลี่ยนจากสิ่งที่กระตุ้นสูงไปสู่กิจกรรมธรรมดาทันที คือช่วงที่ยากที่สุด

นาทีแรกหลังปิดจอสำคัญกว่าที่คิด และมีสิ่งเล็ก ๆ ไม่กี่อย่างที่เปลี่ยนช่วงนี้จากการปะทะเป็นการเปลี่ยนผ่านที่คุ้นเคย

5

ทำไมประโยคที่สั้นลง ได้ผลกว่าการอธิบายเหตุผลเพิ่ม

เวลาลูกขอเพิ่ม เรามักพยายามอธิบายว่าดูนานไม่ดี ต้องพักสายตา ถึงเวลาทำอย่างอื่นแล้ว

แต่ยิ่งช่วงนั้นตึงเครียด คำอธิบายที่ยาวขึ้นยิ่งเปิดพื้นที่ให้ต่อรองมากขึ้น — ในเล่มมีสคริปต์คำพูดที่แยกไว้เป็นสามจังหวะ: ตอนเตือน ตอนหมดเวลา และตอนที่ลูกยังไม่ยอม

แต่ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะในเล่มยังมี…

↓
6

30 กิจกรรมทดแทนจอ ที่แยกตามสถานการณ์ ไม่ใช่แค่รายชื่อยาว ๆ

วาดรูป ต่อบล็อก อ่านหนังสือ — ทุกคนรู้อยู่แล้วว่ามีทางเลือกพวกนี้ แต่ปัญหาคือหยิบไม่ทันในจังหวะจริง

ในเล่มแยกไว้ว่ากิจกรรมไหนใช้ตอนรอ 5 นาที ตอนลูกเหนื่อย ตอนวันหยุด และตอนก่อนนอน พร้อมวิธีทำ กล่องกิจกรรมประจำบ้าน ที่ให้ลูกมีส่วนเลือกของในกล่องเอง

7

ตารางเวลาจอตามช่วงวัย ตั้งแต่ต่ำกว่า 2 ขวบ ถึง 5–9 ปี

คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อยที่สุดคือ “แล้วเท่าไหร่ถึงเรียกว่าพอดี”

ในเล่มมีหน้าเปรียบเทียบตามช่วงวัย พร้อมสิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลข — เพราะเวลาเท่ากันแต่ดูคนเดียวกับดูด้วยกัน ให้ผลไม่เหมือนกัน

8

วิธีคุยกับปู่ย่าตายายและคนในบ้าน ให้กติกาไม่พังตั้งแต่วันแรก

หลายแผนล่มไม่ใช่เพราะลูก แต่เพราะคนในบ้านตอบลูกไม่เหมือนกัน

ในเล่มมีทั้งหน้า “คุยกับผู้ใหญ่ให้เห็นตรงกัน” และหน้า “รับมือกับคนรอบข้าง” แยกไว้ต่างหาก

9

แผน 21 วัน ที่บอกล่วงหน้าว่าจะเจออะไรบ้าง

สัปดาห์แรกมักหนักที่สุด และหลายบ้านเลิกตรงนั้นพอดี เพราะคิดว่าตัวเองทำไม่สำเร็จ

แผนในเล่มบอกไว้ล่วงหน้าว่าแต่ละช่วงจะเจออะไร รวมถึงหน้า “เมื่อแผนล่ม ทำยังไงต่อ” — เพราะวันที่หลุดคือข้อมูล ไม่ใช่หลักฐานว่าล้มเหลว

10

สัญญาณที่บอกว่าควรพาลูกไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

มีบางอาการที่ไม่ควรจัดการเองที่บ้าน และเล่มนี้บอกไว้ตรง ๆ ว่าเมื่อไหร่ควรไปหาใคร

เล่มนี้ไม่ใช่คำวินิจฉัยของแพทย์ และไม่ได้ตั้งใจจะแทนที่แพทย์ — ถ้ากังวลเรื่องพัฒนาการหรือพฤติกรรมของลูก ควรปรึกษาแพทย์เสมอ

ดูสารบัญทั้งเล่ม และลงชื่อรับแจ้งวันเปิดขาย
PDF 71 หน้าอ่านได้ทั้งมือถือและแท็บเล็ต

ข้างในเล่มหน้าตาแบบนี้

ไม่ใช่ไฟล์ตัวหนังสือล้วน — ทุกหน้าจัดวางให้อ่านจบได้ในหน้าเดียว

หน้าสารบัญจริงของเล่ม

สารบัญจริงทั้งเล่ม

หน้า Trigger Map

Trigger Map — อะไรทำให้ลูกขอจอ

หน้ากล่องกิจกรรม

กล่องกิจกรรมประจำบ้าน

หน้าแผน 21 วัน

แผน 21 วัน จะเจออะไรบ้าง

ทั้งหมดนี้อยู่ในไฟล์ PDF เล่มเดียว

↓

สิ่งที่คุณจะได้รับทั้งหมด

“HOW TO เอาลูกคืนจากหน้าจอ” — คู่มือสร้างสมดุลการใช้จอ · 71 หน้า
อ่านภาคละ 3–4 วัน · วันละ 10–15 นาที · จบทั้งเล่มใน 4 สัปดาห์

  • ✓PART 1 เริ่มตรงนี้ก่อน — ทำไมลูกถึงติดจอ · อายุไหนใช้ได้แค่ไหน · สัญญาณว่าเริ่มมีปัญหา · 3 กับดักที่พ่อแม่มักเจอ8 หัวข้อ
  • ✓PART 2 ประเมินบ้านเราก่อน — จับเวลาจริง 3 วัน · Trigger Map · ลูกได้อะไรจากจอ · ประเมินตัวพ่อแม่เอง8 หัวข้อ
  • ✓PART 3 สร้างกิจวัตรใหม่ — 30 กิจกรรมทดแทนจอ · กล่องกิจกรรมทำเอง · โซนปลอดจอ · กติกาครอบครัว · สคริปต์คำพูด8 หัวข้อ
  • ✓PART 4 ก่อนนอน และรักษาผล — กิจวัตรก่อนนอน 4 ขั้น · แผน 21 วัน · เมื่อแผนล่มทำยังไงต่อ · เมื่อไหร่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ6 หัวข้อ
  • ✓แบบบันทึกที่เขียนได้จริง — ตารางบันทึก 21 วัน · เช็กลิสต์รายสัปดาห์ · การ์ดกติกาครอบครัว · บันทึกความสำเร็จเล็ก ๆน.65–68
  • ✓คำถามที่พบบ่อย และจดหมายปิดท้ายจากผู้เขียนน.69–70
ยังไม่เปิดขาย · กำลังเปิดระบบสั่งซื้อ

ลงชื่อไว้ แล้วเราจะส่งอีเมลบอกราคาและวิธีสั่งซื้อให้ ทันทีที่เปิดขาย

ไม่ต้องเชื่อผม — เปิดดูก่อนได้

เล่มนี้เพิ่งออก จึงยังไม่มีรีวิวสะสม ผมเลยเอาของจริงมาให้ดูแทน

📖 เปิดดูสารบัญจริงทั้ง 71 หน้า

ไม่ใช่คำโปรย แต่เป็นหน้าสารบัญจริงจากในเล่ม บอกครบทุกหัวข้อและเลขหน้า ดูแล้วรู้เลยว่าได้อะไรบ้าง

📄 ดูหน้าจริงในเล่มได้เลย

ภาพหน้าในเล่มบนหน้านี้คือหน้าเต็มจากเล่มจริง ไม่ใช่ภาพโฆษณา อ่านแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่แนวที่ตามหา ก็ไม่ต้องซื้อครับ

ย้อนไปดูหน้าจริงในเล่ม
ภาพประกอบครอบครัว

ผมเขียนเล่มนี้ในฐานะพ่อ ไม่ใช่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ

สวัสดีครับ ผมปะป๊าเจมส์ — ผมไม่ได้เรียนมาทางพัฒนาการเด็ก และไม่ได้จะมาบอกว่าใครเลี้ยงลูกถูกหรือผิด

สิ่งที่ผมทำได้คือ เอาสิ่งที่ต้องลองผิดลองถูกอยู่หลายเดือน มาเรียงให้เป็นลำดับที่คนอื่นหยิบไปใช้ได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาเท่าผม

คำถามที่เจอบ่อย

ลูก 2 ขวบ กับลูก 9 ขวบ ใช้เล่มเดียวกันได้เหรอ
ได้ครับ แต่ไม่ใช่ทุกหน้าจะใช้เหมือนกัน — เนื้อหาปรับตามวัยไว้ในแต่ละหัวข้อ และมีหน้าตารางเวลาจอแยกตามช่วงวัยตั้งแต่ต่ำกว่า 2 ขวบ ถึง 5–9 ปี ให้ดูว่าบ้านคุณอยู่ตรงไหน
ต้องอ่านจบทั้งเล่มก่อนถึงจะเริ่มได้ไหม
ไม่ต้องครับ เล่มนี้ออกแบบให้อ่านเรียงจะได้ผลดีที่สุด แต่เปิดเฉพาะเรื่องที่กำลังเจออยู่ก็ได้เลย · ถ้าอยากเริ่มลงมือวันนี้ ให้เปิดหน้า 46 “กติกาการใช้จอของครอบครัว” แล้วทำแค่หน้านั้นก่อน
ต้องปริ้นไหม หรืออ่านในมือถือได้เลย
อ่านในมือถือหรือแท็บเล็ตได้เลยครับ · ส่วนหน้าที่เป็นแบบบันทึกและเช็กลิสต์ (น.65–68) จะปริ้นเฉพาะหน้านั้นก็ได้ หรือจะเขียนในแอปโน้ตก็ได้เหมือนกัน
ที่บ้านปู่ย่าตายายเลี้ยง จะใช้ได้ไหม
ใช้ได้ และเล่มนี้มีหน้าสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะครับ — “คุยกับผู้ใหญ่ให้เห็นตรงกัน” (น.27) และ “รับมือกับคนรอบข้าง” (น.62) เพราะหลายแผนล่มเพราะคนในบ้านตอบลูกไม่เหมือนกัน ไม่ใช่เพราะตัวเด็ก
เล่มนี้ใช้แทนการไปพบแพทย์ได้ไหม
ไม่ได้ครับ และผมไม่อยากให้เข้าใจแบบนั้น — เล่มนี้ไม่ใช่คำวินิจฉัยของแพทย์ เป็นคู่มือปรับกิจวัตรในบ้าน · ถ้ากังวลเรื่องพัฒนาการหรือพฤติกรรมของลูก ควรปรึกษาแพทย์เสมอ และในเล่มก็มีหน้าบอกไว้ว่าสัญญาณแบบไหนที่ควรไปหาผู้เชี่ยวชาญ (น.63)
ซื้อได้เมื่อไหร่ ได้ไฟล์ยังไง
ตอนนี้ยังไม่เปิดขายครับ กำลังเปิดระบบสั่งซื้ออยู่ · เมื่อเปิดแล้วจะเป็นไฟล์ PDF ดาวน์โหลด · ลงชื่อไว้ที่ ด้านบน แล้วเราจะแจ้งราคาและวิธีสั่งซื้อทางอีเมล

ขั้นตอนถัดไปของคุณ

ถ้าตอนนี้ทุกเย็นในบ้านจบลงที่การต่อรอง และคุณเริ่มรู้สึกว่าต้องใช้พลังมากขึ้นทุกครั้งเพื่อรักษากติกาเดิม

คุณไม่ต้องรอให้หนักกว่านี้ และไม่ต้องหักดิบครับ

เป้าหมายของเล่มนี้ไม่ใช่บ้านที่ไม่มีหน้าจอเลย แต่คือการทำให้หน้าจอมีเวลาและที่ทางของมัน ลูกมีทางเลือกอื่นมากขึ้น และคุณไม่ต้องให้ทุกครั้งที่หมดเวลาดูจอ กลายเป็นการทะเลาะกัน

ถ้ายังไม่แน่ใจ ย้อนไปดูหน้าจริงในเล่มก่อนก็ได้ครับ ไม่ต้องรีบตัดสินใจวันนี้

แจ้งฉันเมื่อเปิดขาย